วิ่งข้ามรั้ว (Hurdle)

การวิ่งข้ามรั้ว หมายถึง การวิ่งที่ต้องวิ่งไปตามลู่วิ่งและกระโดดข้ามรั้วตามระยะทาง และความสูงของรั้วที่กำหนดไว้ ซึ่งระยะทางมาตรฐานที่ใช้ในการแข่งขัน มีดังนี้

ชาย 110 เมตร และ 400 เมตร
หญิง 100 เมตร และ 400 เมตร

1) เทคนิคในการวิ่งข้ามรั้ว การวิ่งข้ามรั้ว ประกอบด้วยท่าตั้งต้นและการออกวิ่ง ลักษณะการจรดเท้ากระโดด ลักษณะของเท้านำ ลักษณะของลำตัวและแขน ลักษณะของเท้าตาม ท่าลงสู่พื้นและการเข้าเส้นชัย ทักษะเหล่านี้เป็นพื้นฐานที่นักเรียนต้องเรียนรู้ โดยมีเทคนิคดังนี้

1.1) ท่าตั้งต้นก่อนออกวิ่งและการออกวิ่ง ท่าตั้งต้นและการออกวิ่งให้ปฏิบัติเหมือนกับการตั้งต้นออกวิ่งระยะสั้น แต่เนื่องจากระยะทางจากเส้นเริ่มไปยังรั้วที่ 1 และรั้วอื่น ๆ ถูกกำหนดไว้ตายตัว จึงมีสิ่งที่ผู้วิ่งต้องปฏิบัติแตกต่างไปจากวิ่งระยะสั้นธรรมดาธรรมดา ซึ่งพอสรุปได้ 2 ประการ ดังนี้

ประการแรก การวางเท้าขณะเข้าที่ตั้งต้น อาจจะต้องสลับเท้าไว้ข้างหน้าหรือข้างหลัง เพื่อให้เท้าที่ถนัดเป็นเท้าที่กระโดดข้ามรั้ว

ประการที่สอง การวิ่งข้มรั้วนักวิ่งจะต้องรีบตั้งตัวให้มุมของลำตัวสูงกว่าการวิ่งระยะธรรมดา เพื่อให้การจรดเท้ากระโดดข้ามรัวได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งการออกวิ่งสายตาจะมองไปข้างหน้าเส้นเริ่ม และเมื่อออกวิ่งไปได้ประมาณ 5 ก้าวจึงมองตรงไปที่รั้ว ซึ่งจำนวนก้าวจากเส้นเริ่มถึงรั้วแรกและจำนวนก้าวระหว่างรั้วประเภทรั้วต่ำ มีดังนี้

ก. ประเภท 100 เมตร ควรวิ่ง 10 ก้าว ก้าวที่ 11 เป็นก้าวข้ามรั้ว (สำหรับคนทีใช้เท้าขวาแตะนำ แต่เวลาเริ่มต้นใช้เท้าซ้ายไว้ข้างหลังนั้นก็วิ่ง 9 ก้าว หรือ 11 ก้าว และก้าวที่ 10 หรือก้าวที่ 12 เป็นก้าวข้าม) จำนวนก้าวระหว่างรั้วควรฝึก 7 ก้าว ก้าวที่ 8 เป็นก้าวข้ามรั้ว แต่ถ้าเป็นคนร่างเตี้ยและช่วงก้าวสั้น อาจใช้ 9 ก้าว ก้าวที่ 10 เป็นก้าวข้ามระยะหลังรั้วสุดท้ายถึงเส้นชัยไม่จำกัด
จำนวนก้าวให้ใช้กำลังที่เหลือ เร่งฝีเท้าให้เต็มที่เข้าสู้เส้นชัย


ท่าทางการตั้งต้นออกวิ่ง

ข.ประเภท 400 เมตร จากเส้นเริ่มถึงรั้วแรกควรฝึกวิ่ง 24 ก้าว ก้าวที่ 25 เป็นก้าวลอยข้ามรั้ว ระยะทางวิ่งระหว่างรั้ว ควรฝึกวิ่ง 15 ก้าว ก้าวที่ 16 เป็นก้าวลอยข้ามรั้ว (สำหรับคนเตี้ยก้าวสั้น อาจเพิ่มจำนวนก้าวขึ้นอีก 2 ก้าวก็ได้ แต่ต้องแน่ใจว่าไม่มีการซอยเท้าหรือหยุดชะงัก)

 จำนวนก้าวจากเส้นเริ่มถึงรั้วแรก             จำนวนก้าวระหว่างรั้ว

1.2) เทคนิคการจรดเท้ากระโดด เท้าที่จรดพื้นก่อนกระโดดนี้ต้องให้ปลายเท้าชี้ตรงไปข้างหน้า        และปลายเท้าจะอยู่ห่างจากรั้วประมาณ 7-8 ฟุตเป็นอย่างน้อย        เท้าที่จรดพื้นต้องเหยียดเข่าและสปริงข้อเท้าขึ้นอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดแรงส่งตัวพุ่งไปข้างหน้า

1.3) เทคนิคการควบคุมเท้านำ เท้าข้างที่ยกแตะขึ้นข้ามรั้วเรียกว่า “ เท้านำ” โดยยกเข่าขึ้นให้ขาท่อนบนขนานกับพื้น เข่างอแล้วเหยียดขาออก ตั้งปลายเท้าขึ้นไปข้างหน้าเหนือระดับรั้ว

1.4) เทคนิคการควบคุมลำตัวและแขน ขณะที่กระโดดลอยตัวอยู่เหนือรั้ว ซึ่งเป็นรั้วต่ำนี้ ไม่ต้องก้มลำตัวลงมาก ไม่ต้องยกเข่าขึ้นสูงมาก ถ้าสามารถก้าวข้ามไปเลยยิ่งดี เพราะไม่ต้องเสียเวลาลอยตัว ลักษณะของลำตัวจะโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นรั้วสูงจะต้องโน้มลำตัวไปข้างหน้าให้มากที่สุด ศีรษะจะก้มลงข้างหน้าเล็กน้อย แขนข้างตรงกันข้ามกับเท้านำจะเหวี่ยงไปข้างหน้าพร้อมกับเท้านำ หันฝ่ามือลงสู่พื้น ข้อศอกงอขึ้นเกือบเสมอแนวไหล่ ขาเตะขึ้นเฉียดรั้วให้มากที่สุด

1.5) เทคนิคการควบคุมเท้าตาม เท้าข้างที่กระตุกเข่าขึ้นหลังเท้านำเรียกว่า “ เท้าตาม” คือ เท้าข้างที่จรดพื้นก่อนข้ามรั้วนั่นเอง เท้าข้างต่ำจรดพื้น เมื่อสปริงส่งตัวขึ้นสูงสุดแล้ว ให้กระตุกเข่าขึ้นมาจนเป็นมุมฉากกับขาท่อนบน ปลายเท้าชี้ออกข้างลำตัว เข่าและข้อเท้าอยู่ในแนวเดียวกัน ลักษณะคล้ายกับท่าพับเพียบ

1.6) เทคนิคการลงสู่พื้น เมื่อเท้านำเลยระดับรั้วไปแล้ว ให้กดฝ่าเท้าลงสู้พื้นโดยเร็วและแรง ตามปกติเท้านำจะลงสู่พื้นรั้วห่างออกไปประมาณ 4-5 ฟุต เมื่อเท้านำแตะพื้นแล้วให้รีบกระตุกแขนให้แกว่งสลับกับเท้า เตรียมออกวิ่งต่อไป

ลักษณะท่าทางการลงสู่พื้นเมื่อเท้านำแตะพื้นแล้วให้รีบกระตุกเข่าตามไปข้างหน้าพร้อมกับการกระตุกแขนแกว่งสลับกับเท้าเพื่อเตรียมวิ่งต่อไป

1.7) เทคนิคการวิ่งเข้าเส้นชัย การวิ่งเข้าเส้นชัยให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับการวิ่งระยะสั้นเพราะระยะทางหลังรั้วสุดท้ายถึงเส้นชัยไม่จำกัดจำนวนก้าว ให้ใช้กำลังที่เหลือเร่งฝีเท้าให้เต็มที่พุ่งตัวเข้าสู่เส้นชัยในลักษณะท่าทางที่ตนถนัด


ลักษณะท่าทางการวิ่งข้ามรั้วต่ำ โดยใช้เท้าซ้ายเป็นเท้านำ


ลักษณะท่าทางการวิ่งข้ามรั้วต่ำโดยใช้เท้าขวาเป็นเท้านำ

เสริมสาระ

การวิ่งข้ามเครื่องกีดขวาง มีลักษณะคล้ายการวิ่งข้ามรั้ว แต่มีบ่อน้ำกว้างอยู่ นักกรีฑาจะต้องกระโดดหรือวิ่งลุยน้ำไปโดยการข้ามรั้ว แต่ละรั้วอาจใช้การกระโดดหรือใช้เท้าเหยียบแล้วจึงกระโดดลงพื้นหรือกระโดดข้ามน้ำอีกต่อหนึ่งก็ได้ ระยะทางที่นิยมใช้ในการแข่งขันกันมี 2,000 เมตร และ 3,000 เมตร

 

2) กติกาการแข่งขันเบื้องต้น ควรปฏิบัติตามดังนี้

      • รั้วแต่ละรั้วจะต้องวางบนลู่โดยให้ขาตั้งอยู่ริมขอบช่องวิ่ง
      • การแข่งขันทั้งหมดจะต้องวิ่งในช่องวิ่งและผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนจะต้องวิ่งในช่องของตนตลอดระยะทาง
      • ผู้เข้าแข่งขันที่ใช้ขาหรือเท้าข้ามข้างรั้วหรือกระโดดข้ามรั้วใด ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในช่องวิ่งของตนเอง หรือผู้ชี้ขาดเห็นว่ามีเจตนาทำให้รั้วล้มด้วยมือหรือเท้า จะถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน


      การข้ามรั้วที่ถูกกติกา

      ผู้แข่งขันใช้ขาหรือเท้าข้ามข้างรั้ว เป็นการข้ามรั้วที่ผิดกติกา

3) การฝึกทักษะการวิ่งข้ามรั้ว

เมื่อผู้เล่นสามารถทำท่าทางการวิ่งกระโดดข้ามรั้วได้แล้วก็ตั้งกล่องและรั้วห่างกันพอสมควร โดยความสูงของรั้วสูงเท่ากับกล่อง เพื่อให้ผู้เล่นคุ้นเคยกับความสูง โดยค่อย ๆ เปลี่ยนไปหรือจะตั้งเป็น 3 แถว ดังนี้

        1. วางสองกล่องชิดซ้อนกันในการกระโดดรั้วแรกและรั้วสุดท้าย รั้วอื่นใช้รั้วจริง
        2. วางสองกล่องชิดซ้อนกันรั้วแรก รั้วอื่นใช้รั้วจริง
        3. ตั้งรั้วจริงทั้งหมด ระยะห่างระหว่างรั้ว ใช้ก้าวยาว ๆ 3 ก้าว

        ข้อเสนอแนะ

        1. การวิ่งข้ามรั้วให้จำไว้เป็นสูตรว่า “ กระโดดเตะขาข้ามรั้ว กดตัวกระตุกเข่าหลังข้ามรั้ว”
        2. ขณะวิ่งกระโดดข้ามรั้ว ไม่ควรเหลียวหลังดูคู่แข่งขันจะทำให้เสียการทรงตัว เกิดล้มได้ง่ายที่สุด
        3. ฝึกวิ่งให้พอดีกับจำนวนก้าวที่กำหนดไว้แต่ละช่วง
        4. ปรับระยะก้าวระหว่างรั้วให้เหมาะสมกับตนเอง
        5. การฝึกใหม่ ๆ ควรวิ่งช้า ๆ และรั้วอาจจะต่ำกว่ากำหนดกำหนดเล็กน้อย เมื่อเกิดความชำนาญแล้ว จึงเพิ่มความเร็วและรั้วให้สูงขึ้นตามกติกากำหนด 6.การก้มตัวไปข้างหน้าขณะลอยตัวอยู่กลางอากาศขึ้นอยู่กับความสูงของรั้ว ถ้ารั้วสูงลำตัวก็ก้มไปข้างหน้าให้มากขึ้น

กลับหน้าแรกกลับบทเรียน